อาหารพื้นบ้านชายแดนใต้ : บทบาทสตรีมุสลิมยุคใหม่ผ่านการทำและขายอาหาร

ภาพผู้หญิงนั่งสาละวนก่อไฟในลานโล่งของบ้านท่ามกลางแสงแดดและควันไฟที่พยายามก่อให้เกิดเป็นประกายไฟขึ้นมานั้น สะท้อนให้เห็นแนวทางและวิธีการในการนำมาซึ่งอาหารพื้นบ้านหลากหลายเมนูของผู้หญิงมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในอดีตการทำอาหารอาจกล่าวได้ว่าเป็นทักษะเบื้องต้นของความเป็นแม่ศรีเรือนที่ผู้หญิงมุสลิมมุสลิมในพื้นที่ทุกคนพึงมี นอกเหนือจากการทำหน้าที่ในการประกอบอาหารเพื่อให้สมาชิกในบ้านได้รับประทาน ผู้หญิงบางคนยังใช้ทักษะฝีมือในการทำอาหารเพื่อเป็นอาชีพเลี้ยงปากท้องใหแก่ครอบครัวอีกด้วย

หลากหลายเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาตามความชอบละความถนัดของผู้ทำอาหาร รวมทั้งอาหารพื้นบ้านที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคในพื้นที่ ไก่หรือปลาฆอและ แกงเหลืองปลาทะเล กราบูซือเป๊ะ ยำสาหร่ายผมนางที่ค่อนข้างหารับประทานได้ยากแล้วในทุกวันนี้ รวมทั้งเมนูอาหารหวาน ตือปงบูงอ มาดูกาตง และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ผู้มีโอกาสได้มาย่ำเท้าเพื่อเยี่ยมเยียนและแวะชมชุมชน หรือตลาดในพื้นที่ชายแดนใต้ แล้วจะพบว่าอาหารหลายรายการที่ได้กล่าวข้างต้นบางอย่างอาจหาทานได้ไม่ยากนัก และเป็นรายการอาหารที่เสมือนเป็นตัวแทนนำเสนอความเป็นอาหารพื้นถิ่นของชายแดนใต้ให้แก่คนนอกพื้นที่ได้ชิมและรู้จักอันบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่

หากจะกล่าวว่า การทำอาหารเป็นเพียงแค่ทักษะของผู้หญิงมุสลิมในการดูแลเพื่อความอิ่มท้องของสมาชิกในครอบครัวเพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่อาจกล่าวได้ถูกต้องทั้งหมดและเต็มปากเต็มคำมากนัก จากประสบการณ์ส่วนตัว การสังเกตและพูดคุย และร่วมกิจกรรมกับบรรดาผู้หญิงมุสลิมหลากหลายอาชีพและชุมชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในหลายปีที่ผ่านมา พบว่า การทำอาหารพื้นบ้านหรืออาหารประเภทอื่น ๆ ล้วนเป็นทักษะความสามารถพิเศษที่ผ่านการสืบทอดจากผู้หญิงในครอบครัวอาจจะเป็นมารดา น้า ป้า ย่า ยายหรือสูตรลับอาหารของตระกูลอันสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ ทั้งผ่านประสบการณ์การทดลองทำและปรุงด้วยตนเองหลายครั้งจนบางคนอาจได้สูตรเฉพาะที่พัฒนาขึ้นมาจากการทดลองของตนเอง การทดลองทำให้คนในครอบครัวได้ลิ้มลองในแต่ละมื้ออาหาร รวมทั้งการขยายทักษะดังกล่าวเป็นอาชีพ

สิ่งเหล่าอาจกล่าวได้ว่าเป็นอำนาจส่วนหนึ่งของผู้หญิงที่มีในครอบครัว อันเป็นหน้าที่เพื่อใช้ต่อรองการมีตัวตนในครอบครัวในฐานะผู้หญิง ภรรยา มารดา รวมทั้งอำนาจในการหาเลี้ยงชีพ ดูแลค่าใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งแต่เดิมหลายครอบครัวผู้ชายอาจมีหน้าที่หลักในการทำงานเพื่อหารายได้ ในขณะที่ปัจจุบันยุคสมัยได้เปลี่ยนผ่าน ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างได้มีส่วนทำให้ผู้หญิงมีบทบาทในการร่วมหาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลคนในครอบครัว ผ่านการทำอาหารเพื่อจำหน่ายในรูปแบบกิจการในครัวเรือนเล็ก ๆ ซึ่งสามารถเห็นได้ทั่วไปในชุมชนพื้นที่ชายแดนใต้

นอกเหนือจากบทบาทหน้าที่ของผู้ชายและผู้หญิงในปัจจุบันที่แตกต่างจากในอดีตแล้ว ทั้งในแง่ของความหลากหลายของการประกอบอาชีพที่เปิดกว้างให้แก่เพศต่าง ๆ มากขึ้น ส่งผลให้ผู้หญิงมุสลิมยุคใหม่ที่มีทักษะ ฝีมือด้านการทำอาหารพื้นบ้านจึงมีโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นเช่นกัน ดังเช่น ตัวแทนผู้หญิงมุสลิมส่วนหนึ่งที่อาศัยในพื้นที่ในเขตเมือง จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันนอกเหนือจากสามีจะประกอบอาชีพรับจ้างภายนอกชุมชน ภรรยายังทำขนมพื้นบ้านเช่น ข้าวต้มมัด ขนมเจะแมะ แกงพื้นบ้านต่าง ๆ ฯล เพื่อวางจำหน่ายโดยการฝากขายในร้านข้าวแกงในยามเช้าและยามเย็นในตัวเมืองจังหวัดปัตตานี

การฝากขายอาหารหรือขนมพื้นบ้านตามร้านอาหารต่าง ๆ ในชุมชน ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้หญิงในพื้นที่แห่งนี้ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ รวมทั้งโอกาสใหม่ ๆ ในการดูแลครอบครัว โดยที่ผู้หญิงยังโอกาสดูแลสมาชิกครอบครัว และทำงานบ้านไปพร้อมกับการทำอาหารเพื่อวางจำหน่ายสร้างรายได้เสริมแก่ครอบครัว นอกจากนี้ร้านค้ายังได้รับกำไรจากการรับฝากอาหารขายโยการหักในราคาต่อกล่องหรือห่อ โดยที่ผู้ซื้อได้มีโอกาสเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายรายการในราคาที่สามารถจับต้องได้  

การมีอาชีพและรายได้ถือเป็นพลัง อำนาจส่วนหนึ่งของผู้หญิงมุสลิมในพื้นที่ ที่ผ่านการทดลอง ฝึกฝนอาจทั้งเรียนรู้ด้วยตนเองหรือการได้รับการถ่ายทอดจากแม่ ป้า ย่ายายหรือญาติ ๆ ในครอบครัว เมื่อเกิดรายได้ความสะดวกใจและอำนาจในการใช้เงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยหรือแม้กระทั่งการสนับสนุนดูแลญาติๆ ในครอบครัวเดิมของตนเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ทั้งยังส่งผลให้ผู้เป็นสามีหรือสมาชิกในครอบครัวสามีให้ความเกรงใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีครอบครัวที่มีฐานะหรือรายได้ที่ไม่สูงมากนัก

ฉันได้มีโอกาสในการพูดคุยกับกะแวป๊ะห์* คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในพื้นที่ชุมชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองปัตตานี ผู้มีรายได้เสริมจากการทำขนมพื้นบ้านจำหน่ายในหมู่บ้านยามเย็น โดยขนมส่วนใหญ่เป็นขนมพื้นบ้านที่หาทานได้ค่อนข้างยากในปัจจุบัน เช่น มาดูฆาตง* ซามารอเด็ง* ข้าวเหนียวปิ้ง ฯล   เธอได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า เริ่มหัดทำขนมเหล่านี้ตั้งแต่ยังสาว ๆ ในสมัยที่คุณแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ ครอบครัวมีคุณแม่ทำหน้าที่หลักในการเปิดร้านขายข้าวยำและขนมพื้นบ้านในชุมชน ภาพควันโขมงยามก่อไฟด้วยฟืนเพื่อทำอาหารพื้นบ้านของแม่ยังคงติดตาในความทรงจำอยู่เสมอ จากวัยเด็กสู่วัยสาวและแต่งงานและมีลูกสาว 1 คน

การได้มีโอกาสเรียนรู้โดยรับการถ่ายทอดทางตรงจากคุณแม่ของเธอ ส่งผลให้ต่อมากะแวป๊ะห์ได้ทำขนมพื้นบ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริมในการหารายได้เพื่อเลี้ยงดูลูกในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และตัวตนของเธอในครอบครัวและสร้างพื้นที่แห่งพลัง อำนาจด้วยตนเองให้ชาวบ้านในชุมชนได้รับรู้ เพราะอาหารที่เธอจำหน่ายรสชาติดี ราคาไม่แพง ทำให้ผู้หญิงหลายคนในหมู่บ้านมีความสนใจต้องการเรียนรู้ทักษะการทำอาหารและขนมพื้นบ้านจากเธอ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณค่าและพลังใจในการส่งต่อสิ่งดีดีให้แก่ผู้อื่นด้วยวิธีการที่เรียบง่ายแต่ได้ผลในเชิงการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้หญิงในชุมชน

กะแวป๊ะห์ได้กล่าวให้ฉันฟังว่า“ รายได้จากการขายขนมก็ไม่มากมายนักหรอก แต่ความภูมิใจที่หาเงินได้เอง ได้ใช้เงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานเราไปเลี้ยงดูลูกและคนในครอบครัว ได้มีพื้นที่ในการสร้างตัวตนของเรา ตรงนี้ นับว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ ฝีมือที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่นั้น ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ดีและโอกาสมาก ๆ สำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในพื้นที่แห่งนี้ ”


บทความโดย รอฮานี ดาโอ๊ะ นักวิจัยสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

นิยามศัพท์เฉพาะ
มาดูฆาตง คือ    อาหารว่างสำหรับทานเล่นที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว มะพร้าวขูด นำไปย่างราดด้วยน้ำกะทิ โรยน้ำตาล
ซามารอเด็ง คือ  อาหารว่างที่ทำมาจากถั่วเขียวแช่น้ำเพื่อให้นิ่ม นำมาตำให้ละเอียด ใส่ต้นหอมซอย นำมาปั้นเป็นก้อนรี ๆ นำไปทอด ทานพร้อมผักคือแตงกวา ถั่วงอกสด ราดด้วยน้ำจิ้มสีแดงรดหวานนำตามด้วยเค็มนิดหน่อย
กะแวป๊ะห์   นามสมมติของแม่เลี้ยงเดี่ยวในพื้นที่ชุมชนปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

Scroll to Top