
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์และความหลากหลายทางด้านชาติพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม ภาษา จากเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ในอดีตส่งผลให้ดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งหลอมรวมอารยธรรมจากได้รับอิทธิพลจากหลากหลายชนชาติ เช่น อินเดีย จีน อาหรับ ชาติตะวันตกและโลกมลายู
สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นเป็นอัตลักษณ์และความงดงามทางวัฒนธรรมในพื้นที่แห่งนี้คือ “ภาษา” ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นชาวมุสลิม ใช้ภาษามลายูในการสื่อสาร โดยเฉพาะในการศึกษาเรียนรู้ต่าง ๆ จะมีความโดดเด่นในการใช้อักษรเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ คือ การใช้อักษรยาวีในการเขียนและการสื่อสาร ทั้งในรูปแบบเอกสารทางราชการ ตำราหนังสือด้านศาสนา งานเขียนวรรณกรรมภาษามลายู การเขียนป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ฯลฯ ดังจะเห็นได้จากตำราการเรียนการสอนในปอเนาะ เช่น “กิตาบยาวีหรือกิตาบกูนิง”
อักษรยาวี คือ การนำอักษรอาหรับมาประยุกต์ใช้เพื่อเขียนคำในภาษามลายู ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้ามาของศาสนาอิสลามในโลกมลายูโดยการเข้ามาค้าขายและเผยแผ่ศาสนาโดยพ่อค้าชาวอาหรับ การใช้อักษรยาวีปรากฏอย่างชัดเจนจากหลักฐานอักษรยาวีบนหลักศิลาจารึกที่ค้นพบในรัฐตรังกานู ซึ่งระบุปีฮิจเราะห์ศักราช 702 (ค.ศ. 1303) ที่แสดงให้เห็นว่าชาวมลายูใช้อักษรยาวีในการเขียนบันทึกต่าง ๆ รวมไปจนถึงการเขียนอักษรแบบศิลปะ (Khat) บนผนังมัสยิดและแผ่นศิลาบนหลุมฝังศพอีกด้วย (Omar Awang, 1985: 190)



ปันตุน (Pantun) มลายูปาตานี
ในบรรดางานวรรณกรรมมลายูที่ครอบคลุมงานเขียน หนังสือ บทประพันธ์หลากหลายชนิด ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรองนั้น Pantun อันหมายถึงบทกวีหรือบทกลอน ถือเป็นงานวรรณกรรมอีกประเภทที่มีคุณค่าและความโดดเด่นในการนำเสนอความเป็นอัตลักษณ์ที่สื่อถึงโลกทัศน์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อของผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ Pantun ที่เขียนโดยภาษามลายูอักษรยาวี ส่วนหนึ่งของ Pantun ที่ปรากฏในพื้นที่แห่งนี้ ได้แก่
Pantun Melayu
บทที่ 1
چواچا ڤوتيه داتڠ کڤالس
مودا بليا منچاري تمو
ممباچ منوليس جاڠن دمالس
کران دي انق کونچي علمو
ความหมาย
แสงสว่างมาถึงปาลัส
หนุ่มน้อยออกหาขมิ้นชัน
อ่านเขียนนั้นอย่าเกียจคร้าน
เพราะนั่นคือกุญแจความรู้
บทที่ 2
بوروڠ تيوڠ تربڠ تيڠݢي
تيڠݢي ناءيق تيݢا باتو
کالواديق نق سنڠ هاتي
کنا توروت ڤرکتاءن ايبو
ความหมาย
เจ้าขุนทองโบยบินขึ้นที่สูง
ขึ้นสูงไกลสามกิโล
หากน้องต้องการสบายใจ
จงทำตามคำสอนมารดา
บทที่ 3
تڤوق اماي – اماي
بلالڠ کوڤو- کوڤو
تڤوق اديق ڤنداي
نق اوڤه مينوم سوسو
سوسو لمق مانيس
سنتن ڽور مودا
اديق جاڠن مناڠيس
امق نق ڤرݢي کرج
ความหมาย
มา ๆ ปรบมือกันเยอะ ๆ
เจ้าตั๊กแตนน้อยพร้อมเจ้าผีเสื้อ
ปรบมือน้องน้อยคนเก่ง
แล้วจะให้ค่าตอบแทนดื่มนม
นมหวานมันอร่อย
น้ำกะทิจากมะพร้าวอ่อน
ลูกน้อยอย่าร้องไห้ไปเลย
แม่จะต้องไปทำงานแล้วนะ
บทที่ 4
نانس ماسق دتمڤت اصلي
اڠسا دان بلسبيس دودوق سکالي
امس دان ڤيرق داڤت کمبالي
ماس يڠ هابيس تيدق کمبالي
ความหมาย
สับปะรดสุกคาต้นเดิม
ห่านและเป็ดน้ำเคียงคู่กัน
ทองและเงินนั้นหามาคืนได้
แต่เวลาที่หมดไปไม่อาจหวนคืน
บทที่ 5
ڤيسڠ امس دباوا بلاير
ماسق سبيجي دأتس ڤتي
هوتڠ امس بوليه دباير
هوتڠ بودي دباوا ماتي
ความหมาย
กล้วยหอมทองนำไปล่องเรือ
สุกหนึ่งผลอยู่บนหีบ
ติดหนี้ทองยังพอจ่ายคืนได้
ติดหนี้บุญคุณติดตัวไปจนวันตาย

จากอักษรสู่ตำราแห่งองค์ความรู้และภูมิปัญญา : Kitab Jawi/Kitab Kuning/Kitab Tua کتاب جاوي /کتاب کونيڠ /کتاب توا
“กิตาบกูนิง กิตาบยาวี หรือกิตาบตูวา” คือ ตำราด้านศาสนาและตำราศาสตร์ด้านอื่น ๆ ที่เป็นภาษามลายู อักษรยาวีที่เรียกกันในภาษามลายูว่า เป็นตำราที่ครอบคลุมในเรื่องหลักวิชาการทางศาสนาอิสลามที่มีเนื้อหาและวัตุประสงค์เพื่อการอบรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งตำราดังกล่าวใช้ในการเรียนการสอนตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันในสาบันปอเนาะ(Pondok) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และการเรียนการสอนตามอัธยาศัยในมัสยิดตามชุมชนต่าง ๆ
กิตาบกูนิง แปลตรงตัวอักษรว่า “ตำราหรือหนังสือสีเหลือง” เนื่องมาจากสีของกระดาษที่มีการย้อมสี ซึ่งตำราหรือหนังสือดังกล่าวนำมาจากตะวันออกกลางในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ กิตาบกูนิงมิได้ใช้เฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ยังมีการใช้อย่างแพร่หลายในคาบสมุทรมลายู เช่น ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ หรือภูมิภาคมลายู (Nusantara) นอกจากนี้ อุลามาอ์หรือนักวิชาการศาสนาจากดินแดนปาตานี ได้มีส่วนสำคัญในการเขียน ผลิตตำราดังกล่าว และมีการใช้อย่างแพร่หลายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และภูมิภาคมลายู
กิตาบกูนิงหรือกิตาบยาวีเป็นสื่อการเรียนรู้ด้านศาสนาอิสลามตั้งแต่ศาสนาอิสลามเริ่มเข้ามาครั้งแรกในหมู่เกาะมลายู และมีประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักภาษาอาหรับ โดยมีหน้าที่และบทบาทสำคัญเสมือนเป็นป้อมปราการและสื่อสำคัญสำหรับการพัฒนาความรู้ และการสื่อสารหลักคำสอนทางศาสนาอิสลามผ่านภาษามลายูให้เข้ามาสู่หัวใจของสังคมผู้คนในภูมิภาคมลายู
นอกจากนี้ คนไทยเชื้อสายมลายูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังใช้กิตาบยาวีในการจดบันทึกองค์ความรู้ท้องถิ่นและวรรณกรรมมุขปาฐะต่าง ๆ เช่น องค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ การทำกริช สมุนไพร และการแพทย์พื้นบ้านมลายู เป็นต้น

ผู้เขียน นางสาวรอฮานี ดาโอ๊ะ นักวิจัย
___
ที่มา Pantun : นาวาวี กาโฮง (2561) : การสังเคราะห์องค์ความรู้จากปันตนมลายูปาตานีเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่มา : Klang: Selangor Darul Ehsan http://halaqah.net/v10/index.php?topic=2059.msg11771#msg11771
หากอยากสัมผัสอักษรยาวี วรรณกรรมมลายู และเรื่องราวเบื้องหลังภูมิปัญญาที่สืบทอดผ่านตัวอักษรด้วยตนเอง สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ที่ หอวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี














