สถาบันฯ ร่วมต้อนรับ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ ม.อ.ปัตตานี

๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖

    สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรปวีณ์ พุ่มเกิด ผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ดร.ชนกิตติ์ ธนะสุข รองผู้อำนวยการ และบุคลากรสถาบันฯ ร่วมต้อนรับ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ ม.อ.ปัตตานี รับฟังการนำเสนอผลงานวิจัยด้านการพัฒนาระดับพื้นที่  พร้อมทั้งมอบนโยบายและหนุนเสริมภารกิจของสถาบันการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้

    เมื่อเช้าวันนี้ (16 พฤศจิกายน 2566)  ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ  นายสิรภพ ดวงสอดศรี  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน  พร้อมคณะ ลงพื้นที่รับฟังกิจกรรมการนำเสนอผลงานวิจัยด้านการพัฒนาระดับพื้นที่โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตปัตตานี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสำคัญที่มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง อว. ผ่านหน่วยบริหารโปรแกรม (Program Management Unit : PMU) ในการขับเคลื่อน อววน.ของประเทศ  โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู  ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับ  ซึ่งมี รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม  รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์ องค์กรหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)  ผศ.ดร.ปริปก พิศสุวรรณ รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการด้านการพัฒนากำลังคน (บพค.) ผศ.ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี)  คณะผู้บริหารทั้งจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และภาคราชการ คณะนักวิจัย ภาคีเครือข่ายงานวิจัย ตัวแทนชุมชน และภาคประชาสังคม   ร่วมในกิจกรรมการนำเสนอผลงานวิจัยด้านการพัฒนาระดับพื้นที่

   นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีในครั้งนี้ ว่า ได้มอบนโยบายสำคัญของกระทรวง อว. คือ ให้สถาบันการศึกษามีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมเพื่อความเป็นเลิศ และเพื่อความมั่นคงของชีวิตและเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้น “เรียนดี มีความสุข มีรายได้” โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และ “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” โดยเน้นประเด็นสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รมว.อว. มอบหมายให้ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว. ทำหน้าที่กำกับติดตามและให้ข้อเสนอแนะการทำงานของสถาบันการศึกษา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ที่มีบริบทเฉพาะทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ  เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคราชการ

ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน

การนำเสนอนิทรรศการ ผลงาน และผลิตภัณฑ์ในโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประกอบด้วย ผลงานจาก 1) โครงการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตปูทะเลในพื้นที่ภาคใต้ สู่การเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ของประเทศ ด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การตลาด และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งมุ่งยกระดับจังหวัดปัตตานีให้เป็นเมืองแห่งปูทะเล   2) โครงการการพัฒนาและยกระดับการจัดการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม ซึ่งทั้ง 3 สถาบันการศึกษาในพื้นที่ คือ ม.อ.ปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือนยากจนแบบชี้เป้าเพื่อตอบคำถามหลัก คือ คนจนจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสเป็นใคร อยู่ที่ไหน จนในมิติใด เพราะเหตุใด และจะส่งเสริมให้หลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างไร ภายใต้โครงการดังกล่าว ม.อ.ปัตตานี ยังนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหารายได้ควบคู่กับมิติอื่นๆ ที่ส่งผลเชื่อมโยงกับความยากจน ได้แก่ มิติสุขภาพ เน้นการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก 0-5 ปี มิติการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมความสามารถของสมองส่วนหน้าในการบริหารจัดการ หรือ Executive functions (EF) มิติรายได้ เช่น ส่งเสริมการออม การส่งเสริมอาชีพ ทั้งการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง หัตถกรรม หัตถศิลป์ และการท่องเที่ยว เป็นต้น  3)  โครงการการจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรม  เพื่อสร้างเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและวิสาหกิจวัฒนธรรม: ต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมในวงแหวนพหุวัฒนธรรมเมืองปัตตานี เน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมทั้งด้านประวัติศาสตร์ ด้านวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้มาสร้างคุณค่าและสร้างมูลค่าผลงานเหล่านี้ล้วนสอดคล้องกับประเด็นมุ่งเน้นของกระทรวง อว. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงาน อว. จับมือและมีส่วนร่วมกับพื้นที่และชุมชน เพื่อนำองค์ความรู้ไปพัฒนาชุมชนในพื้นที่ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ขับเคลื่อนงานวิจัยนำไปสู่การแก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจได้ อีกทั้งยังสอดคล้องกับประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่ อว. ต้องทำทันที คือ การนำนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ การขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาค และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) 

   นางพาตีเมาะ สะดียามู  ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  กล่าวเพิ่มเติมว่า  จังหวัดปัตตานี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำงานร่วมกันในทุกด้านเพื่อร่วมพัฒนาจังหวัดปัตตานี ทั้งงานในพื้นที่ ระดับท้องถิ่น ท้องที่ ไปจนถึงการร่วมทำแผนพัฒนาจังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนงานด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจรายได้ของพี่น้องที่ยังมีรายได้น้อยในจังหวัดปัตตานี  โดยการทำงานของมหาวิทยาลัย คือ การใช้ข้อมูลที่แม่นยำ ใช้องค์ความรู้ที่หลากหลาย บูรณาการข้ามศาสตร์ และร่วมมือกับกลไกของจังหวัดในระดับต่าง ๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม  ที่ผ่านมา จังหวัดปัตตานียังติดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของจังหวัดที่มีประชากรมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติสุขภาพ การศึกษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากร การเข้าถึงสวัสดิการ และแม้กระทั่งการอยู่ร่วมกันในสังคม   การจะแก้ไขปัญหานี้ได้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการและประสานงานกันทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาควิชาการ นับเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยมาร่วมลงมือทำ มาร่วมหนุนเสริมกลไกการทำงานของจังหวัด โดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกันในการชี้เป้าครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ ระบบข้อมูลแก้ไขความยากจนระดับจังหวัด (PPAOS) กระทรวง อว.  ความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับศักยภาพคนจนและบริบทครัวเรือนเป้าหมาย ดิฉันมั่นใจว่าการผสานพลังในครั้งนี้จะช่วยให้ครัวเรือนเป้าหมายโดยเริ่มจากพื้นที่ประมง ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของปัตตานีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและสามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ในที่สุด

.

#psupattani #psu #CulturePSU #อว #มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Scroll to Top