รู้จักอาชีพช่างซ่อมเทพเจ้าและเทวรูปจีน ณ ร้านหย่งชาง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

ถ้าวันหนึ่งองค์พระที่เราบูชาอยู่ตกแตก สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงอาจไม่ใช่ “จะซ่อมยังไง” แต่เป็น “กำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า” ยิ่งถ้าเป็นองค์เทพเจ้าที่บูชามานาน อยู่ดีๆ แตกร้าว หรือหล่นลงมาโดยไม่มีใครตั้งใจ ความกังวลก็ยิ่งตามมา บางคนมองว่าเป็นลาง บางคนเชื่อว่าองค์พระรับเคราะห์แทนเราไปแล้ว แต่ก่อนจะคิดไปถึงเรื่องเหล่านั้น อย่าลืมว่าองค์พระที่เราเห็นตรงหน้า ยังเป็นวัตถุที่ไม่มีวันเสื่อมสภาพได้ ไม้แตกได้ ดินเผาร้าวได้ เรซินเปราะได้ แม้แต่โลหะก็เสียหายได้ ถ้าซ่อมได้ก็ซ่อมและบูชาต่อได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนองค์ใหม่เพียงเพราะมีรอยแตกหรือเคยชำรุด ยิ่งปัจจุบันนี้มีคนรับซ่อมและรับทำสปาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมาย แต่ถ้าหากเสียหายจนไม่สามารถบูชาต่อไปได้ ก็จัดการด้วยความเคารพตามความเหมาะสม สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากแนะนำคือ การนำองค์พระที่แตกไปวางทิ้งตามวัด ใต้ต้นไม้หรือศาลต่างๆ เพราะคิดว่า “เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ทิ้งไม่ได้” สุดท้ายเราอาจกำลังนำสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จะจัดการอย่างไร ไปทิ้งไว้ให้คนอื่นจัดการแทนองค์พระแตกเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย โดยเฉพาะองค์พระที่เรารักและผูกพัน แต่ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะสิ่งที่แตกไปคือวัตถุที่เราใช้เป็นตัวแทนแห่งความศรัทธา แต่ไม่ใช่ความศรัทธาที่อยู่ในใจเรา

ผู้เขียนขอพาไปดูอาชีพที่หาได้ยาก ต้องใช้ความรอบรู้และความชำนาญรอบด้าน ประกอบกับความมีใจรักในงานศิลปะ มีความอดทน ขยันหมั่นเพียรที่จะทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน จนเกิดความเชี่ยวชาญ ประกอบกับต้องมีความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปะ ความเชื่อและความศรัทธา เพราะเป็นอาชีพที่ละเอียดอ่อน ที่ไม่ใช่แค่ซ่อมแซมให้สวยงาม แต่ยังเป็นการซ่อมความศรัทธาให้กลับคืนมาด้วยนั่นคือ “อาชีพช่างซ่อมเทพเจ้าและเทวรูปจีน” ซึ่งผู้เขียนได้ไปสัมภาษณ์ครอบครัวของ คุณชูโชติ เลิศลาภลักขณา หรือคุณโก้ ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปัตตานี ในอดีตเคยเปลี่ยนอาชีพมามากมาย อาทิเช่น เป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปัตตานี, รับจ้างลากกระบะบรรทุกปลาที่สะพานปลาปัตตานี, ซ่อมเรือประมง, ผู้จัดการโรงงานน้ำดื่ม, ทำธุรกิจส่งแก๊ส, อาสาสมัครทหารพราน, อาสาสมัครรักษาดินแดน, ขายข้าวต้มปลา, ขายกิ้มซิ้น เป็นต้น

ปัจจุบันร้านหย่งชาง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีคิวงานยาวไปจนถึงปีหน้า 2571 เพราะลูกค้าบอกกันปากต่อปาก เทพเจ้าจีนมีเป็นหมื่นแบบ ทำจากหลากวัสดุ มาจากหลายศิลปะ ไม่ว่าจะชำรุดเสียหายขนาดไหน ที่นี่ก็ซ่อมได้ โดยงานที่รับซ่อมแซมมีทั่วทุกภาคของประเทศไทย และต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ราคาค่าบริการขั้นต่ำตั้งแต่ 3,000 บาท ไปจนถึงหลักล้านบาท

ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว ตึกแถวนับสิบคูหาที่ปลูกยาวไปตามแนวถนนปัตตานีภิรมย์ จังหวัดปัตตานี ต่างจมอยู่ในความมืด จากย่านการค้าใจกลางเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งคึกคักด้วยกิจกรรมพาณิชย์ของชาวจีนเมื่อกลางวัน มาบัดนี้กลับเงียบสงัดด้วยผู้คนพากันพักผ่อนนอนเอาแรง เพื่อลุกขึ้นมาเริ่มต้นวันใหม่ยามแสงตะวันส่อง ทว่าท่ามกลางความมืดมิด ความเงียบงันและการหลับใหลนั้น ยังมีห้องแถวอยู่คูหาหนึ่งที่ไม่เคยปราศจากแสงสว่างจากดวงไฟ และเสียงก๊อกแก๊กที่บ่งบอกว่าผู้อยู่อาศัยกำลังทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ บางครั้งเป็นเสียงการเข้าไม้ บ้างเป็นเสียงป้ายสีสันและตกแต่งผลงาน ทั้งหมดผสมกันเป็นท่วงทำนองประจำร้านหย่งชางที่คุณโก้จัดจำหน่ายและรับซ่อมเทวรูปจีนมานานนับสิบปี

ภายในร้านดูลานตาไปด้วยรูปสลักเทพเจ้าจีน ซึ่งคนไทยภาคใต้มักเรียกตามภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า “กิ้มซิ้น” เป็นจำนวนมากกว่าศาลเจ้าทั่วไปหลายเท่าตัว คุณโก้และคุณป่าน หรือคุณปานไพลิน เสียงเจริญ ภรรยามีชีวิตอยู่กับกิ้มซิ้นเหล่านี้ เขาออกตัวว่าวันหนึ่งๆ ตนเองมีเวลาล้มหัวหนุนหมอนน้อยชั่วโมงจนนับด้วยนิ้วมือข้างเดียวได้ เวลาส่วนใหญ่ในรอบวันของเขาหายไปกับการปรับปรุง แก้ไขให้กิ้มซิ้นแต่ละองค์มีสภาพสวยงาม ควรค่าแก่การนำกลับไปบูชาต่อ ทั้งที่เหนื่อยกายจนสายตัวแทบขาด แต่ใจหนุ่มใหญ่ชาวปัตตานีผู้นี้กลับสดใสอยู่เสมอ เพราะนี่คืองานแรกที่คนขี้เบื่ออย่างเขารักหมดใจ หลังจากลองผิดลองถูกกับสายงานอื่นๆ ที่ไม่ได้มีใจรักจริงมามากถึง 20 อาชีพ จากเคยเปลี่ยนงานถี่เฉลี่ยปีละครั้ง ก็เพิ่งจะมีงานนี้ที่คุณโก้ บอกตัวเองได้ว่าจะทำจนวาระสุดท้าย เพียงไม่ถึง 10 ปีที่หันมาจับงานนี้ กิ้มซิ้นทั่วสารทิศก็หลั่งไหลมายังร้านหย่งชาง และส่งกลับไปประดิษฐานให้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้กราบไหว้ด้วยสองมือของชายผู้นี้ที่เคยเป็นคนห่างไกลศาลเจ้า ไม่เคยมีอาจารย์ถ่ายทอดวิชา หากทำทุกอย่างได้โดยมีความรู้สึกที่เรียกว่า “ความเชื่อ ความศรัทธา” คอยนำทาง เพราะคุณโก้จะเข้าศาลเจ้าแค่ปีละหนึ่งครั้ง คือช่วงเทศกาลสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเท่านั้น

คุณโก้เกิดและเติบโตในครอบครัวคนจีนในจังหวัดปัตตานี จังหวัดที่ลูกหลานจีนเมืองไทยรู้จักดีในฐานะที่ตั้งของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยเชื้อสายจีนที่นี่ ตระกูลของเขาก็ให้ความเคารพบูชาองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเฉกเช่นครอบครัวอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงที่สืบรากเหง้ามาจากแผ่นดินมังกร เป็นแต่ตัวเขาไม่ได้นึกผูกพันกับการไหว้เจ้ามากนัก หากเทียบกับลูกหลานชาวจีนอีกหลายคน ชีวิตในวัยเด็กเขาจะตามคุณพ่อ ซึ่งไปเป็นคนหามพระแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ส่วนตัวเขาจะเป็นเด็กถือธงนำหน้าพระ อนึ่งปัจจุบันประเพณีถือธงนำขบวนแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้สูญหายไปแล้ว

ชีวิตช่วงวัยรุ่นของคุณโก้ระหกระเหินไม่น้อย เริ่มต้นจากความชอบเรียนวิชาศิลปะสมัยมัธยมตอนต้น หาที่เรียนต่อสาขาที่ชอบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ได้ จึงหันเหไปเรียนด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่วิทยาลัยเทคนิคจังหวัดยะลาแทน เพราะเข้าใจว่าใกล้เคียงกัน และไปเรียนต่อที่ไทยวิจิตรศิลป์ แล้วได้งานด้านโยธาธิการและผังเมืองของจังหวัดปัตตานี แต่ชีวิตการทำงานก็ไม่ได้ราบรื่น เพราะเมื่อเขาทำงานมาได้แค่เพียง 3 ปี ประเทศไทยก็เกิดวิกฤตฟองสบู่แตก ทำให้หน่วยงานจำเป็นต้องคัดคนออก เพื่อนร่วมตำแหน่งร้องขออยู่ต่อ คุณโก้จึงเสียสละตัวเองด้วยการยกมือลาออกมาทั้งที่ไม่มีงานใหม่รองรับ หนุ่มปัตตานีเดินเตะฝุ่นอยู่ในเมืองกรุงเสียนาน เพราะทักษะการเขียนแบบด้วยมือของเขาไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานฝีมือรุ่นใหม่ที่หันมาใช้คอมพิวเตอร์อีกต่อไป จากเป็นลูกจ้างราชการอยู่หลายปี คุณโก้ต้องซมซานกลับมาใช้แรงงานอยู่ที่สะพานปลาในบ้านเกิด ลากกระบะปลาอยู่เป็นปี ก่อนย้ายไปช่วยพ่อซ่อมเรือประมง ประกอบเรือประมง ซึ่งเป็นงานที่ช่วยสร้างพื้นฐานการซ่อมกิ้มซิ้นแก่เขา คุณโก้เล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจว่าเขาทำแล้วก็รู้สึกชอบ เริ่มรู้จักไม้ วิธีเข้าไม้ คุณสมบัติของไม้แต่ละชนิดว่าเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศแบบใด มือของคุณโก้ลูบไล้ไปตามองค์พระที่แกะขึ้นจากไม้ คุณโก้ปรารภว่าที่มาซ่อมพระจีนทุกวันนี้ เพราะมีทักษะทางด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่เรียนมา แต่ที่ช่วยได้เยอะที่สุดคือตอนไปประกอบเรือไม้ เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับไม้ตลอดเวลา จึงรู้วิธีซ่อมงาน พอเห็นตำหนิที่ต้องซ่อมแซมแต่ละแห่ง แต่ละแบบ คุณโก้ก็รู้แล้วว่าต้องใช้วัสดุอะไร ซ่อมยังไง

เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ขึ้น จึงไปสมัครเป็นอาสาสมัครทหารพรานอยู่ 8 ปีกว่า จนได้เข้าไปอยู่หน่วยข่าวกรอง คุณโก้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาได้สัมผัส “พระจีน” ที่ไม่เคยมีในหัวสมองมาก่อน เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นขณะที่เขาประจำการอยู่ฐานอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี
คืนหนึ่งที่เขานอนเคลิ้มหลับไปในเปลญวน เขาได้ฝันเห็นสตรีจีนนางหนึ่ง สวมชุดเครื่องแต่งกายอย่างจีนมายืนข้างเปล นางส่งยิ้มให้คุณโก้ และกล่าวประโยคที่เขายังจดจำราวกับยังอยู่ในหูตลอดเวลา “ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวเราจะคุ้มครองเอง” คุณโก้ถ่ายทอดคำกล่าวนั้นอย่างนุ่มนวล เมื่อตื่นขึ้น คุณโก้ยังอยู่ในห้วงความรู้สึกกึ่งจริง
กึ่งฝัน เขารู้สึกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเหมือนเกิดขึ้นจริงมาก พร้อมกันนั้นก็ยังหาคำตอบไม่เจอว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะต้องกลัว ฉับพลันที่เขาตั้งท่าจะเดินไปอาบน้ำ เพียงหันหลังให้ถนน เขาก็พบคำตอบที่กำลังหาอยู่ เมื่อทันใดนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งขับผ่านมาทางแผงกั้น ชะลอความเร็วลง ก่อนกระหน่ำสาดกระสุนปืน M16 มาที่ตัวเขาเต็มๆ “กระบอกแรกเขายิงป้อมเวรยามก่อน ไม่ให้ตอบโต้เขาได้ กระบอกที่ 2 ถึงเล็งยิงมาทางผม แต่กระสุนเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ชนต้นไม้กระจุยกระจายไปหมด พอเราตั้งหลักจับปืนได้ ก็ตอบโต้ไป เขาก็หายไป ผมเลยนึกถึงที่ผมฝันว่ามีเทพเจ้าผู้หญิงจะมาคุ้มครอง พอไปดูวิถีกระสุน มันเป็นวงกลมอยู่รอบ ๆ ผมเลยนะครับ แต่ไม่โดนผมเลย ทำให้เรานึกถึงเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวขึ้นมา เพราะเรารับใช้ท่านมานาน” ถึงจะรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด แต่คุณโก้ก็ตระหนักตัวเองดีว่าโชคดีอาจไม่มาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากถูกลอบทำร้ายโดยผู้ก่อความไม่สงบครานั้น คุณโก้ย้ายกลับเข้ามาเป็นอาสารักษาดินแดนในเมือง ทำให้มีเวลามากพอจะเปิดร้านทำธุรกิจของตัวเองควบคู่กันไปได้ เขาเลยทำงานสองอย่างคู่กันไปตลอดเวลา จนกระทั่งฝันเห็นเทพเจ้าจีนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ราวว่าพวกท่านได้บอกใบ้เส้นทางชีวิตใหม่แก่ตัวเขาแล้ว “ผมคิดในใจว่า เราหน้าจะค้าขายนำเข้าเทพเจ้าจีน
มาจำหน่ายดีกว่า” ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว ก่อนจะแปรรูปเป็นร้านหย่งชางที่ชักนำคุณโก้มาสู่เส้นทางอาชีพ
ทุกวันนี้

“หย่งชาง” เป็นชื่อร้านค้าเก่าแก่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านที่คุณโก้มาเช่าขายข้าวต้มปลา ก่อนจะหันมาค้า
กิ้มซิ้น เดิมเคยสะกดว่า “เอ้งเชี้ยง” ตามภาษาจีนฮกเกี้ยน เจ้าของร้านเดิมได้มอบป้ายและชื่อร้านนี้แก่คุณโก้ พร้อมทั้งแนะนำให้เขาเปลี่ยนมาใช้ภาษาจีนกลางให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายกว่า

บนวัย 40 ปีเศษ คุณโก้กลายเป็นผู้นำเข้าเทวรูปจีนจากไต้หวันไม่กี่รายในไทย เป็นธุรกิจที่ขายได้ดีมาก แต่ขณะเดียวกัน งานศิลปะที่มีความละเอียดสูงอย่างนี้ก็สุ่มเสี่ยงต่อการชำรุด ส่งผลให้เทวรูปหลายองค์ที่คุณโก้นำเข้ามาจากเกาะไต้หวันเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง คุณโก้ทดลองซ่อมกิ้มซิ้นที่ชำรุดเอง ทำด้วยฝีมือและความรู้ของตัวเองโดยไม่มีใครสอน ครั้นซ่อมเสร็จก็ส่งขาย จนมีครั้งหนึ่งที่ลูกค้าจากพังงาสั่งซื้อไปแล้วพบว่าเทวรูปองค์นั้นหักพังหลายชิ้นเมื่อถึงปลายทาง ด้วยความเสียใจผสมผิดหวัง ลูกค้ารายนั้นได้อ้อนวอนกับคุณโก้อย่างตรงไปตรงมา “พี่ ผมอยากได้มาก ทำยังไงให้เหมือนเดิม” คุณโก้พูดตามคำขอของลูกค้า “ผมก็อาสาว่าส่งกลับมา แล้วผมจะซ่อมให้ พอส่งที่ซ่อมกลับไป เขาจำรอยหักไม่ได้ จำตำหนิไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน
เขาเลยชมว่า พี่ซ่อมเนียนมาก พี่รับอาชีพซ่อมอีกสักงานได้มั้ย” เมื่อเจ้าของร้านหย่งชางรับปาก เขาก็ได้รับงานซ่อมกิ้มซิ้นองค์แรกที่ไม่ได้มาจากร้านของเขา เป็นกิ้มซิ้นเจ้าที่แป๊ะกงจากศาลเจ้าปุนเท่ากงอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาที่ทั้งเก่าแก่และมีลายเส้นเล็กละเอียดมากจนหาช่างซ่อมในไทยไม่ได้ คุณโก้รับมาซ่อมจนสุดฝีมือ พอส่งกลับไปก็ได้ความสวยเหมือนเดิม กรรมการทุกคนต่างสรรเสริญในฝีมือการซ่อมพระของเขา เหนืออื่นใดคือมีร่างทรงวัยชราคนหนึ่งทำพิธีเข้าทรงเพื่อรับขวัญองค์เทพเจ้าที่เพิ่งอัญเชิญกลับศาล ท่านได้ทำนายอนาคตให้คุณโก้อย่างแม่นยำ “ท่านบอกให้ทำอาชีพนี้ ต่อไปจะเลี้ยงครอบครัวเราได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการซ่อมจริงจังครับ”

          กว่าจะเริ่มอาชีพซ่อมพระจีน อายุก็ล่วงเลยเข้าวัยกลางคนไปแล้ว แต่เริ่มรับซ่อมได้ไม่เท่าไหร่ ฝีมือของคุณโก้แห่งปัตตานีก็ร่ำลือไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ จนชั้นวางที่เคยเต็มไปด้วยเทวรูปจากไต้หวันที่สั่งนำเข้ามาขายต่อ ถูกแทนที่ด้วยเทวรูปสารพัดช่างที่ถูกส่งมาทำการบูรณะ จำนวนร้านค้านำเข้ากิ้มซิ้นในไทยเพิ่มขึ้น
อย่างน่าใจหาย ขณะที่จำนวนช่างซ่อมลดน้อยจนแทบไม่เหลือ เมื่อคำนึงถึงความจริงข้อนี้ คุณโก้ได้ตัดสินใจ
ลดการนำเข้าสินค้าและเริ่มนิยามตนเองเป็นช่างซ่อมเต็มตัวเมื่ออายุได้ 44 ปี ปัจจุบันคุณโก้มีอายุ 51 ปี มีทั้งที่มาจากศาลเจ้า และเทวรูปที่บูชาส่วนบุคคลตามบ้านเรือนที่รับซ่อมมาทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทย
งานส่วนใหญ่จะส่งมาจากศาลเจ้าในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภูเก็ต พังงา ตรัง และกรุงเทพฯ ก็มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยส่วนมาก ลูกค้าที่ส่งพระมาให้คุณโก้ซ่อมมักจะซ่อมทำสีใหม่ เพื่อให้มีความสวยงามมากกว่าจะเป็นการซ่อมแก้ไขจุดที่ผุพัง ความที่คร่ำหวอดกับเทวรูปมาหลายองค์ หลายประเภท ช่วยคุณโก้เรียนรู้เรื่อง
สกุลช่างผู้สร้าง ตลอดจนขั้นตอนและกระบวนการซ่อมให้ถูกประเภทกิ้มซิ้น โดยคุณโก้จะแบ่งงานที่ซ่อมเป็นงานจีนและงานไต้หวัน เพราะศิลปะเขาจะแตกต่างกัน เทคนิคก็ต่างกัน การลั่นไม้ก็ต่างกัน ของจีนเวลาเขาจะกันไม้ลั่น เขาจะใช้ผ้าหุ้มกาวปิดไปตามองค์พระ ถ้าเป็นของไต้หวันเขาจะใช้การโปะความชื้นออกไป หากยกใต้ฐานจะเห็นตรงขอบฐานมีผ้าอยู่ ศิลปะจีนเองก็จะมีความแตกต่างของตระกูลช่างอีก เช่น จ่วนจิว เอ้หมึง ตระกูลไฉ เป็นต้น

สาเหตุที่ลูกค้ามากมายส่งพระของเขามาที่ร้านหย่งชาง นอกเหนือไปจากฝีมืออันเลิศล้ำของคุณโก้แล้ว ยังเป็นเพราะความเข้าใจอันลึกซึ้งที่นายช่างผู้นี้มีต่อเทวรูปแต่ละสกุลช่างที่ทุกคนยอมรับ เพราะซ่อมเฉพาะจุด แต่ทำสีให้เหมือนเดิม กลมกลืนไปกับสีรอบๆ ได้ คนอื่นเวลาทำ เขาจะทำทั้งองค์เลย หรือถ้าซ่อมเฉพาะจุด
ก็จะเห็นเลยว่าเขาซ่อมเฉพาะตรงจุดนั้น แต่ถ้าของคุณโก้ทำ เขาจะดูไม่ออก เพราะมันจะกลมกลืนไปหมด
ทั้งองค์ ตรงนี้คือจุดที่ยากสุด มีการผสมสีเลียนแบบให้เก่าด้วย

เบื้องหน้ารูปเคารพองค์ใหญ่ที่เต็มไปด้วย “แผล” มากมายรอให้คุณโก้ซ่อม อุปกรณ์ช่างไม้สารพัดชนิดวางกองอยู่พร้อมสรรพ ตั้งแต่เลื่อยไฟฟ้า กบไฟฟ้า เครื่องเจียร สิ่ว ของพวกนี้ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อม “แผลใหญ่” เช่น องค์พระแตกหักไปทั้งดุ้น หรือมีรอยแตกหักขนาดใหญ่จนยากจะสมานได้ คุณโก้จะจำแนกงานออกเป็น 3 ขั้นตอน เริ่มจากขั้นตอนแรกที่ถือเป็นงานหนักสุด คือการตกแต่งองค์พระให้เรียบร้อย ใช้เลื่อยและหินเจียรในการขัด ต่อด้วยขั้นที่ 2 คือการปิดรอย ซึ่งต้องใช้ฝุ่นจีนผสมกาวในการทำ หากเป็นแผลที่ลึก
เขาก็ต้องใช้กาวดินน้ำมันเข้ามาเสริม พร้อมทั้งขัดเรียบแผล ปิดท้ายขั้นตอนที่ 3 อย่างการลงสี และตกแต่งด้วยรายละเอียดต่างๆ เช่น ม่านไข่มุก หมวกยศประจำองค์เทพ เป็นต้น

          สรรพนาม “เขา” ที่คุณโก้ใช้แทนไม้ที่ซ่อมบ่งบอกว่าเขาผูกพันกับวัสดุชนิดนี้มากเพียงไร ต้องมีเทคนิคการเลือกใช้สีและการปิดทองด้วย โดยการปิดทองต้องกะระยะ ต้องมีประสบการณ์ ไม่เช่นนั้นปิดไปแล้ว
ทองจะไม่แวว ส่วนสีใช้สีอะคริลิก สีน้ำมัน และสีนาโนอะคริลิกในองค์เดียว ถ้าพื้นที่ใหญ่ๆ กว้างๆ อย่างเช่นฐาน จะใช้สีน้ำมัน เพราะรักษาเนื้อไม้ได้ดีที่สุด ถ้าตามลวดลาย ใช้สีนาโนอะคริลิกเพราะจะทำให้ไม่ต้องทาซ้ำหลายรอบ เขามีความเข้มข้นของสีเยอะ จากนั้นใช้สีอะคริลิกธรรมดามาทาซ้ำปิดท้าย ยอดฝีมือด้านการซ่อมพระจุ่มหัวแปรงลงในขวดสีน้ำมัน ระบายไปบนฐานที่วางหงายขึ้นจนทั่ว ขณะที่ คุณป่านผู้เป็นภรรยาคอยช่วยดู ช่วยทำอยู่ไม่ห่าง และมีลูกน้องชื่อ คุณณัฐธิดา ตันนิยม หรือคุณมิ้วค์ เป็นผู้ช่วยมือหนึ่งอีกคน

สายตาของเขาเพ่งมองไปยังเทวรูปเก่าคร่ำองค์หนึ่ง…เทวรูปที่ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิง สวม
ฉลองพระองค์ที่งดงาม เหมือนกับที่เขาเคยเห็นในฝันบนเปลเมื่อคืนนั้น ย้อนไปในวันที่หย่งชางริเริ่มกิจการเกี่ยวกับกิ้มซิ้น คุณโก้ยังมีงานประจำเป็นอาสารักษาดินแดน ซึ่งทำให้เขาต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างที่ทำงานกับร้าน ต่อมาอีก 2 ปี พอเริ่มมีตลาดที่มั่นคงอยู่กับตัว เขาก็ลาออกเพื่อมาทำงานที่ร้านตัวเองเพียงอย่างเดียว
ด้วยคิดว่าจะทำให้เขามีเวลากับครอบครัวมากขึ้น “ผมตั้งเป้าเอาไว้ว่าวันสำคัญเราจะได้อยู่กับครอบครัว เราจะได้พาครอบครัวไปเที่ยว เหนื่อยเราก็หยุด คิดไว้อย่างนั้น แต่พอลาออกมาจริง ผมไม่เคยมีวันหยุดเลย งานผมล้นมือตลอด” สิ้นเสียงหัวเราะที่แฝงด้วยน้ำเสียงของความยินดี คุณโก้ขยายความว่าภารกิจส่วนใหญ่ของเขาจะเร่งรัดพันตัวในช่วงก่อนถือศีลกินเจ เพราะตามศาลเจ้าและรายบุคคลจะส่งพระมาให้ซ่อมมากเป็นพิเศษ ซึ่งเขามีหน้าที่ปฏิสังขรณ์ให้เสร็จทันกำหนดทุกองค์ ด้วยมีธรรมเนียมปฏิบัติว่าเมื่อจะอัญเชิญเทวรูปคืนที่ประดิษฐานเดิม จะต้องทำพิธีไคกวง (เบิกเนตร) และพิธีกรรมอื่นๆ ตามความเชื่อให้ถูกต้อง ซึ่งก็มักจะวางฤกษ์งามยามดีไว้ก่อนจะส่งซ่อมแล้ว “ผมทำงานจนเช้า ใช้ชีวิตแบบนี้มาเกือบปีแล้ว ตื่นเช้ามาซ่อมพระ ซ่อมจนง่วงนอน ตื่นเช้ามา ผมไม่ได้ออกไปไหนเลย ทำงานน้อยสุดวันละ 12 ชั่วโมง เราไม่อยากผิดสัญญากับลูกค้า” น่าแปลกที่ในบรรดาเทพเจ้าจีนเหลือคณานับที่คุณโก้เคยซ่อมมา เจ้าแม่สมุทร (เทียนซ่งเส่งโบ้) หรือที่บางคนรู้จักในนาม “เจ้าแม่ทับทิม” ด้วยความสับสน และอีกหลายพระนามที่ไล่เรียงไม่มีวันหมด เป็นเทวรูปที่คุณโก้ได้ซ่อม
บ่อยที่สุด เป็นองค์แรกที่เขาอัญเชิญมาบูชาด้วยตัวเอง จนบัดนี้เขาก็แน่ใจแล้วว่าเจ้าแม่ที่เคยปรากฏองค์ให้เห็นในห้วงฝันก่อนถูกลอบยิงครั้งนั้น คือเจ้าแม่ผู้คุ้มครองท้องทะเลองค์นี้

          มองเข้าไปในแววตาของช่างซ่อมพระมือหนึ่งแห่งถนนปัตตานีภิรมย์ ไม่ว่าใครก็ย่อมได้เห็นประกายความสุขลุกโชนอยู่ในตาคู่นั้น เมื่อมองไปยังเทวรูปองค์แล้วองค์เล่า ทั้งที่ซ่อมเสร็จแล้วและยังรอซ่อมอยู่ คราใดที่รูปเสมือนองค์เทพเจ้าเหล่านั้นผ่านตาและมือของเขาไป เมื่อนั้นที่ไหนสักแห่งในประเทศไทยก็จะมีเทวรูปที่งดงามกลับไปตั้งบูชา เพื่อสืบสานศรัทธาต่อไป ความฝันของเขาในตอนนี้คือการออกแบบลวดลาย
ฉลองพระองค์ให้เทพเจ้าจีนทุกองค์ ตั้งแต่ชั้นสูงสุดลงมาด้วยศิลปะที่เขาเป็นคนคิดประดิษฐ์ขึ้นเอง “จากที่ผมเป็นคนเร่ร่อนไปเรื่อย ย้ายบ้านไปทั่ว เช่าเขาไปเรื่อย จนมีบ้าน มีรถเป็นของตัวเอง ทุกอย่างมีได้เพราะอาชีพนี้ และผมจะทำมันไปจนตาย” เสียงดังกังวานของคุณโก้ชัดคล้ายจะให้สัตย์ปฏิญาณต่อเทพทุกองค์ใน
ร้านหย่งชาง คุณโก้สั่งเสียกับภรรยาและลูกๆ ไว้ว่าหากเจ็บป่วยจนอาการหนักไม่ต้องพาไปโรงพยาบาล ให้นำตนเองมานอนหน้าหิ้งพระ ปล่อยให้สังขารร่วงโรยไปตามธรรมชาติ เพราะเขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะสิ้นใจอยู่หน้าองค์พระ

          ปัจจุบันงานซ่อมเริ่มขยายวงกว้างขึ้น เพราะมีลูกค้านำพระพุทธรูป, กุมารทอง, รูปหล่อกรมหลวงชุมพรฯ, พระพิฆเนศ, รูปปั้นของพระราชบิดาแห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือแม้กระทั่งฟันปลาฉนากมาให้ซ่อมแซม บูรณะให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมนำไปกราบไหว้บูชา บนพื้นฐานแห่งความเชื่อความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ตลอดกาลนาน.


เรียบเรียงโดย นางอ้อมใจ วงษ์มณฑา  นักวิชาการอุดมศึกษาชำนาญการ

บรรณานุกรม

สืบค้นจาก https://readthecloud.com/interview/the-master/koe-chuchote/

สัมภาษณ์ นายชูโชติ เลิศลาภลักขณา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และวันที่ 5 กันยายน 2569

สัมภาษณ์ นางสาวปานไพลิน เสียงเจริญ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และวันที่ 5 กันยายน 2569

สัมภาษณ์ นางสาวณัฐธิดา ตันนิยม เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และวันที่ 5 กันยายน 2569

Scroll to Top